วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

แนวทางอัพ Talent อาชีพ ขุนพล (Warlord)









ไม่มีคนทำแนวทางของสายดาบโล่ซักที เลยทำเองแบบงูๆปลาๆซะเลย อยากให้แลกเปลี่ยนความรู้กันนะครับ ผมรู้ไม่หมด แต่ก็จะเอาสิ่งที่รู้มาเสนอเป็นแนวทางสำหรับคนที่จะเล่นดาบโล่ (สายโล่) นะครับ


ขอดี
1. เลือดเยอะทำให้ยืนเล่นกับบอสได้นาน
2. มีสกิลจำพวกโล่ที่ทำให้เราเป็นตัวแท้งที่ดีและยังดีเลย์ไวกว่าด้วย
3. เป็นที่ต้องการของหลายๆอาชีพเวลาแท้งบอส ไม่แพ้ กช เลยทีเดียว
4. เปรียบเสมือนอาชีพ แรร์ ที่หายากมากๆแล้วนะช่วงนี้


ขอเสีย
1. ดาเมจเบามาก
2. เหมือนอาชีพขุนพลทั่วๆไป กันเวทน้อย
3. วอร์ที่ไรฆ่าใครเค้าไม่ค่อยได้ ต้องขับรถศึก Kill กระจายครับ
4. คิดได้แค่เนี้ย !!!




วิเคราะห์กันถึง Status ที่จำเป็นของดาบโล่ (สายโล่)


กาย : จำเป็นอย่างมากสำหรับขุนพลยิ่งเป็นสายดาบโล่ด้วยแล้วจำเป็นสุดๆเพราะค่ากายจะเพิ่มเลือดให้กับเราทุกๆการอัพ จิงอยู่มันไม่ได้ทำให้คุณถึกขึ้นแต่มันทำให้คุณยืนคุยกับบอสได้นานขึ้นพอที่จะทำให้สกิลของ กช รีได้ทันเวลา อัพไปเลยครับไม่ต้องคิดมาก


แกร่ง : ยิ่งอัพก็ยิ่งตีแรง ถ้าเล่นสายโล่แล้วอัพให้เป็นรองของกายผมว่าน่าจะเหมาะอยู่นะครับ


ชำนาญ : สำหรับสายดาบโล่แล้วส่วนตัวผมมองว่าไม่ค่อยน่าอัพเท่าไหร่กับการที่จะทำให้ตีไวขึ้นทุกๆการอัพครบ 10 จะเพิ่มหลบหลีก 1% อันนี้ขอแล้วแต่มุมมองละกันครับว่า ความไวนิดหน่อยกับหลบหลีก 1% จะคุ้มพอที่จะเอาไปอัพไหม


ปัญญา : ข้ามไปเลยดีกว่าครับ


ตบะ : อ่า....สายตบะนี้แหละครับที่ผมเคยเล่นมาแล้ว ทุกๆการอัพจะเพิ่มมานามาให้ ทุกการอัพครบ 2 ได้กันปราณโจมตีมา 1 ทุกๆการอัพครบ 30 จะได้ ป้องกันการโจมตีทุกอย่าง 1% สายนี้ถ้าดาบโล่อัพเมื่อไหร่ก็คือควายดีๆนี้เองครับ เพราะนอกจากเลือดเราจะเยอะแล้ว มานาเราก็มี กันปราณเราก็มี แถมตบะทำให้สกิล  รีเลือดเราได้ไวยิ่งกว่าเดิมด้วย


คุม : อันนี้เดี๋ยวผมเอามาคุยด้วยท้ายๆละกันครับ


สำหรับการอัพนั้นคงมีไม่มากหลักๆก็จะดั้งนี้


สายที่ 1 : แกร่งนำกาย  สายนี้จะทิ้งกายไว้ที่ 90หรือ120 นอกนั้นยัดแกร่งล้วนๆเลย ซึ่งสายนี้จะมีดาเมจที่สูงและยังมีกายที่ไม่ขี้เหร่ แท้งก็ได้ ทำดาเมจก็ดี ถึงเลือดจะไม่เยอะแต่ก็ไม่ได้น้อย แต่โดยส่วนตัวแล้วถ้าเล่นสายนี้ไปเล่นสายดาบผมว่าก็ OK อยู่


สายที่ 2 : กายนำแกร่ง แกร่งอยู่ที่ 90หรือ120 นอกนั้นยัดกายหมดเลย สายนี้ผมว่าน่าจะเหมาะและ Happy กันทั้งฝ่ายแท้งและเพื่อน เพราะนอกจากเราจะเลือดเยอะแล้วยังทำดาเมจกับบอสหรือลงจิตได้ถึงดาเมจที่กำหนด เรายังเก็บ LV เองได้สบายๆ ล่าบอสก็ได้ไม่ต้องเดือดร้อนใครอีกด้วย


สายที่ 3 : กายนำตบะ  ตบะอัพไว้อยุ๋ที่ 80หรือ110 ซึ่งสายนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณเป็นคนที่ทุ่มเทเพื่อคนอื่นอย่างแท้จิง สายนี้จะแท้งได้แบบสมบูรณ์แบบมาก เพราะนอกจากเลือดเยอะแล้วยังมีมานาที่ได้จากตบะและยังมีกันเวทที่สูงตามไปด้วย แต่ข้อเสียคือ กรณีล่าบอสแบบไม่เข้าตี้หรือลงจิต สายนี้ต้องน้ำตาไหลออกมาทันที เพราะดาเมจสู้ใครเค้าไม่ได้เลย  (ดาเมจไม่ถึงของก็จะไม่ดรอปเข้าตัว) 


สายที่ 4 : กาย Only  สายนี้มหากาพความเลือดเยอะยิ่งเน้นของออฟเลือดเข้าไปแล้ว คงได้เห็นเลือด 30k ได้ไม่ยากครับ ดาเมจจากสกิลก็แรงแน่นอนเพราะสกิลโล่ส่วนใหญ่ % ความแรงจะเอาค่ากายไปคิด น่าสนเหมือนกันครับสายนี้

เจาะลึกถึงจุดชีพจรสายโ่ล่
แนวทางการอัพเบื่องต้นของสายโล่นะครับ


  เพิ่มพลังป้องกันเมื่อถือโล่ อัพเต็ม 10 ได้ ป้องกัน 10% เลือดอีก 150 หน่วย  เหมาะสมมากครับอัพไปเลยเต็ม10

 เสริมสกิลโล่พิทักษ์กายา อัพเต็ม10 เพิ่มมาอีก 45% เป็นสกิลที่ทำให้เรายืนกลางดงศัตรูได้อย่างสบายๆ ในกรณีเปลี่ยนเป็นขุนพยัค สกิลนี้จะมีเรียนแบบขั้นสูงซึ่งจะเพิ่มเลือดขั้นต้นให้อีก 500 หน่วยด้วย และยังมีจุดชีพจรให้อัพเพื่อเพิ่มความสามารถของโล่ในการลดการหน่วงการใช้งาน 5 วินาที และเพิ่มโอกาศปัดป้องอีก 10% (อัพเต็ม10) เป็นความต่างที่ขุนพลทวนโล่ไม่มี ซึ่งมีประโยชน์อย่างมาก

  สกิลสายโล่ที่จำเป็นสกิลหนึ่ง เอาไว้ยั่วยุศัตรูที่ไปตีเพื่อนให้หันกลับมาตีเรา สกิลนี้หากเปลี่ยนเป็นเทพพยัคจะมีจุดชีพจรให้อัพเพิ่มความสามารถให้กับจิตยั่วยุทำให้ลดพลังป้องกันของศัตรูได้ 10% (อัพเต็ม 10)

>  เป็นสกิลโล่สะท้อนกรณีอัพเต็ม10 เพิ่มความรุนแรงมาอีก 25% สกิลนี้ผมเคยมองว่าเป็นสกิลกากมากกกกกกก.. แต่หากไม่นับ PVP แล้ว เอามาใช้กับบอสถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว อยู่ได้นานถึง 30 วินาทีกับการสะท้อน 10% (บวกความแรง 25%) บอสตีสกิลเราเข้า 1500-3000  สะท้อนกลับประมาณ 400-700 นานถึง 30 วิ ก็หลายพันอยู่่ แต่หาก PVP ผมว่าอย่ากดให้เปลืองโกรธเลยดีกว่า *0*

  สกิลที่ 2 ที่ใช้ในการโจมตีของสายโล่ เป็นสกิลที่เคยโด่งดังและมีปัญหาในตอนเปิด SV กับการที่ไม่สตั้นของสกิลที่แปลผิดของทางทีมงานมาแล้ว ในจุดนี้ผมมองว่าการไม่สตั้นถือเป็นส่วนดีเพราะหากมีการสตั้นได้ขุนพลทวนโล่ต้องเอาไปเล่นแน่ๆ แล้วจะไม่มีความแตกต่างกับดาบโล่เลย แต่ท่านผู้พัฒนาย้ายไปอยู่ซะ LV 210 ของสายดาบโล่ กว่าจะสตั้นมีหวังเล่นกันจนเบื่อก่อนนะแหละแถมยังต้องใช้ทะลวงชีพจรในการอัพเสียด้วย (แพท LV200) ดาเมจโดยรวมจะเอาค่าพลังโจมตี+ค่ากาย+ค่าแกร่ง เพราะงั้นสกิลนี้หากอัพสาย กายนำแกร่ง แกร่งนำกาย จะแรงมากเลยทีเดียว



 3 สกิลนี้เป็นสกิลโจมตีที่ไม่ได้ใช้ค่าความโกรธ แล้วใช้ค่าพลังปราณแทน ซึ่งผมคิดว่าควรมีไว้อย่างใดอย่างหนึ่งไว้เสริมกับสกิลโล่ที่มีอันน้อยนิด อันนี้แล้วแต่จะเลือกเล่นละกันครับ

  ถึงโล่กระแทกเราจะสตั้นไม่ได้ เราก็ยังมีสกิลพุ่งสังหารอยู่ จุดชีพจรนี้จะทีให้สกิลพุ่งสังหารเราติดสตั้นเป็นเวลา 1 วินาที จะช่วยในมากในสงครามหากต้องไล่ตามใครซักคน

  เป็นจุดชีพจรที่ไว้เสริมสกิลพยัคคำราม เพิ่มดาเมจอีก 250% สายโล่ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่งเพราะหากอัพเต็ม 10 จะเพิ่มถึง 250% ในกรณีใช้ใส่ศัตรูจะติดดาเมจของสกิลก่อนแล้วจะเด้งดาเมจของจุดชีพจร 250% ของดาเมจแรก ค่อนค้างที่จะแรงแถมยังทำให้ศัตรูติดสถานะลดพลังโจมตี ปราณ จุดตาย อีกต่างหาก ในกรณีเปลี่ยนเป็นเทพพยัคจะมีสกิลที่คล้ายๆการชื่อว่าสกิล เคล็ดจิตปกป้อง จะทำดาเมจได้รอบตัวถึง 20 คนเลยทีเดียวแต่จะใช้โกรธ 1 จุด เป็นสกิลที่ดีมากเลย

  จุดชีพจรเสริมเคล็ดใจสัมผัส อัพเต็ม10 ฟื้นฟูเพิื่มขึ้นมาถึง 35% + ตบะอีก 10  จะดีมากๆหากคุณเล่นสาย กายนำแกร่ง จะช่วยให้การฟื้นฟูเลือดได้ดียิ่งขึ้น ช่วย กช ได้มากเลยทีเดียว แต่!!! จะดีมากขึ้นไปอีกหากเล่น กายนำตบะ เลือดฟื้นฟูทีแบบ กช ยิ้มได้เลย

 อัพไปเลยครับไม่ต้องรีรอ ช่วยในการเด้งเลือดทุกๆ 10 วินาที  ดาบโล่อย่างเราเด้งที่ก็จุดสูงสุดแหละครับ 750 หน่วย ต่อ 10 วินาที

 จุดชีพจรเสริมสกิล ปลุกใจกองทัพ ได้ทั้งตัวเราเองและลูกน้อง หากอัพเต็ม 10 ก็เพิ่มดาเมจ+ป้องกัน ก็ประมาณ 30+ ได้ ถือว่าดีพอสมควรกับจุดชีพจรนี้

ดาบโล่เลี้ยงลูกดีไหม

อยากเลี้ยงไม่อยากเลี้ยงแล้วแต่คุณเลยครับ แต่หากจะเลี้ยงผมก็มีมาเสนอซัก 2-3 ตัวอย่าง

1. ค่าคุม 40 กับความคุ้มค่าเมื่อเลี้ยง ลูกง้าว 2 ตัว
     ผมมองการเลี้ยงลูกง้าว 2 ตัว ช่วยในการเก็บ LV ได้ไวมากๆ ลูกง้าว 2 ตัวช่วยตบมอนได้แรงและไว อยากเก็บเวลไว้ก็เล่นไปเลยครับ

2. ค่าคุม 40 กับความคุ้มค่าเมื่อเลี้ยง นางรำ 2 ตัว
     นางรำตัวที่ 1 ไว้ฮิล  นางรำตัวที่ 2 ไว้บัพเสียงพันธมิตร  ถ้าเล่นสายแกร่งนำกาย กายนำแกร่ง เลี้ยง 2 ตัวนี้ไม่ผิดหวังกับความถึกที่มีอยู่ในตัว + ฮิลที่ได้และบัพเสียงพันธมิตรอีก (เพิ่มดาเมจ+ป้องกันมาประมาณ 80+ ขึ้นอยู่กับปัญญานางรำ) แหล่มครับ

3. ค่าคุม 40-50 กับความคุ้มค่าเมื่อเลี้ยง นางรำ 1 ตัว  องครักษ์ 1 ตัว
    อันนี้น่าจะเป็นการเลี้ยงลูกที่นิยมที่สุดในตอนนี้สำหรับสายขุนพล นางรำ 1 ตัว ยัดสกิลเสียงพันธมิตร ส่วนองครักษ์ 1 ตัว ใช้สกิลวิถีแห่งสลายมาร แก้ ดีบัฟ จำพวก พิษให้เราแบบต่อเนื่อง ทำให้ถึกและยังมีตัวช่วยแก้ ดีบัฟ ให้อีก  และหากเลี้ยงไปจนถึง 185 นางรำจะมีสกิลชื่อว่าเคล็ดเสริมทัพ เพิ่มดาเมจ+ป้องกันให้จากเดิมของเสียงพันธมิตรอีก 20% และ องครักษ์ยังฟื้นฟูเลือด+โกรธให้เราอีก โฮ๊ะ !! เจ๋งจิงๆ

เครดิต 
Vel2oNica

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น